ห้องสมุดมั่นพัฒนา

ห้องสมุดมั่นพัฒนา : ห้องสมุดดิจิตอล เพื่อการอนุรักษ์ผสานการพัฒนาที่ยั่งยืน

ภายหลังการอนุรักษ์และบูรณะ “วังลดาวัลย์” หรือวังแดง ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ต้นราชสกุลยุคล เพื่อเป็นอาคารอำนวยการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ผนวกกับความยึดมั่นในหลักการ “อนุรักษ์ผสานการพัฒนา” เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างยั่งยืน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์จึงจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งของวังลดาวัลย์เป็น “ห้องสมุดมั่นพัฒนา” เพื่อรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งพระราชประวัติ พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศาสตร์ของพระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ได้รับการยอมรับจากเวทีโลกว่าเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถช่วยให้นานาประเทศบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) อันเป็นวาระสำคัญของประชาคมโลกได้

รวมทั้งรวบรวมประสบการณ์ของผู้ที่ได้รับพระราชทานพระราชกระแสรับสั่งจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ที่รับผิดชอบในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปราชญ์เมธี หน่วยงานภาคส่วนต่างๆ และประชาชน จากทุกภาคของประเทศ ที่ได้ก้าวเดินตามแนวทางดังกล่าวจนประสบผลสำเร็จ ตลอดจนรวบรวมองค์ความรู้และหลักคิดด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลกไว้ในห้องสมุดแห่งนี้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการสามารถค้นคว้าข้อมูลผ่านระบบ E-Library เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการภายในห้องสมุดมั่นพัฒนา ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลหรือเว็บไซต์อื่นๆ ทั่วโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการค้นคว้าข้อมูล ห้องสมุดมั่นพัฒนาได้จัดหมวดหมู่หนังสือประเภทต่างๆ ดังนี้

  1. พระมหากษัตริย์นักพัฒนา

เริ่มจากแนวความคิดที่มุ่งหวังให้ผู้ใช้บริการได้รู้จักและเข้าใจในพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงได้รับการถวายพระอภิบาลจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จนหล่อหลอมเป็นพระราชจริยาวัตรอันงดงาม และความสนพระราชหฤทัยตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ทั้งทางศาสตร์และศิลป์ ล้วนเป็นรากฐานของการทรงงานและพระราชกรณียกิจทั่วประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่การพัฒนาทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังทรงมุ่งเน้นไปถึงการยกระดับจิตใจของพสกนิกรให้ดำเนินชีวิตไปบนหนทางแห่งความดีงาม อันก่อให้เกิดประโยชน์สุขอย่างถ้วนหน้าในกาลต่อมา ดังที่ทรงได้รับการกล่าวสดุดีจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ความว่า

     “พระองค์ทรงเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญา นักเผยแพร่แนวคิด และนักปฏิบัติที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ทรงเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของผู้นำที่อาจไม่เหมือนใครในโลก แต่สิ่งที่โลกสามารถเรียนรู้ได้จากพระองค์คือ ความรักและแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการทำทุกอย่าง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรของพระองค์”

2. พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท

ในการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน ล้วนสะท้อนอยู่ในพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่บุคคลต่างๆ ในหลายวาระโอกาส ซึ่งเมื่อได้ย้อนกลับไปศึกษาพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทอย่างถ่องแท้ แต่ละองค์ล้วนแสดงถึงการพระราชทานหลักคิด พระราชทานแนวทางการบริหารจัดการ พระราชทานการแก้ไขปัญหาทั้งในภาวะวิกฤตและในระยะยาว พระราชทานกำลังใจ รวมไปถึงทรงเตือน ทรงแนะนำ ให้ประชาชนได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์จริงเป็นเวลานาน

3. หลักการทรงงาน

หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงนำมาเป็นหลักคิดในการประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ ทำให้ทรงแก้ไขปัญหาและวิกฤตของปวงชนได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเพื่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ การพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศ จนเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และยังเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้ผู้ที่สนใจสามารถน้อมนำไปประยุกต์ใช้กับตนเอง เช่น

  • เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา การเริ่มต้นพัฒนาใดๆ ต้องเข้าใจในสภาพปัญหา เข้าใจในสภาพภูมิสังคม ทั้งดิน น้ำ ฟ้า อากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และผู้คน เข้าถึงสถานที่จริง พบปะชาวบ้านเพื่อให้ทราบความต้องการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง จนนำไปสู่การพัฒนา ทั้งการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว จนเมื่อสิ้นปัญหาจึงนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
  • 30 : 30 : 30 : 10 สูตรสำคัญของการเริ่มต้นเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่พระราชทานสัดส่วนตัวเลขการใช้ประโยชน์ที่ดินแก่ผู้ที่สนใจนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง โดยแบ่งเป็น นาข้าว พืชสวน/ปศุสัตว์ บ่อน้ำ และที่พักอาศัย ตามลำดับ ซึ่งสัดส่วนเหล่านี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ให้เหมาะสมตามสภาพภูมิสังคม เช่น หากมีที่ดินอยู่ใกล้แหล่งน้ำ สามารถปรับสัดส่วนบ่อน้ำให้ลดลงและเพิ่มในส่วนอื่นได้ เป็นต้น
  • 6 มิติการพัฒนา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเล็งเห็นความทุกข์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นเกษตรกร มักประสบปัญหาจากสภาพปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ไม่ได้ผลผลิตที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงทรงมุ่งเน้นการทรงงานเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตของภาคเกษตรในทุกมิติ ทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้เอื้อต่อการเกษตรกรรม ทั้ง น้ำ ดิน ป่าและ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น การส่งเสริมปัจจัยการผลิตทางการเกษตรทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ปุ๋ย เป็นต้น รวมไปถึงการส่งเสริมพลังงานทางเลือกเพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่น พลังงานหมุนเวียน เป็นต้น

4. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จากการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ท้องถิ่นทุรกันดารด้วยพระองค์เอง จึงทำให้ทรงพบปัญหา และมีพระบรมราชวินิจฉัยแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด พร้อมทั้งพระราชทานแนวพระราชดำริเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ น้อมนำไปปฏิบัติ เพื่อเร่งบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชน จนเกิดเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันแห่งทั่วประเทศ และไม่เพียงแต่พื้นที่ทุรกันดารที่ทรงสนพระราชหฤทัยแก้ไขปัญหา แม้แต่ในมหานครที่ประสบปัญหาวิกฤตของเมืองใหญ่ก็พระราชทานแนวพระราชดำริให้บรรเทาปัญหาเหล่านั้นให้ดีขึ้น

ที่สำคัญคือ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง ประจำในแต่ละภูมิภาคของประเทศ เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบต้นแบบที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ตามสภาพภูมิสังคมในแต่ละพื้นถิ่น จนเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มาศึกษาดูงานและนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับครอบครัวและชุมชนของตนเองต่อไป

5. ศาสตร์ของพระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

จากพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท ที่พระราชทานหลักคิดและแนวทางปฏิบัติ ก่อเกิดเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการทั่วประเทศ หลายโครงการกลายเป็นศาสตร์แห่งการพัฒนาอันทรงคุณค่าที่เกิดขึ้นใหม่ในประเทศไทย และผ่านการพิสูจน์ตามกาลเวลาว่าสามารถช่วยให้ผู้ที่น้อมนำไปปฏิบัติประสบผลสำเร็จและเกิดประโยชน์สุขในชีวิต และศาสตร์ของราชานี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคน พัฒนาประเทศ และพัฒนาโลกให้บรรลุเป้าหมายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน   

  • พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานแนวคิดและทฤษฎีเพื่อการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน ผ่าน “ทฤษฎีใหม่” ทำให้เกิดการจัดสรรการอยู่อาศัยและกิจกรรมทางการเกษตร เช่น การปลูกข้าว การเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืช การขุดสระน้ำ ให้เกิดประโยชน์แม้ในพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด และนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในหลากหลายพื้นที่
  • พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานหลักคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานในทุกภาคส่วน นั่นคือ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งสามารถแปลงออกมาเป็นภาพ “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” คือ “ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว” บนพื้นฐาน “ความรู้” คู่ “คุณธรรม”
  • เป็นเวลากว่า 1 ทศวรรษที่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีการเผยแพร่ไปในหลายภาคส่วนของประเทศ และมีการนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้อย่างมากมาย ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และองค์กรหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถานศึกษาต่างๆ และเกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ที่น่าพอใจ
  • การพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่ศาสตร์พระราชาที่พระราชทานองค์ความรู้ หลักคิด และแนวทางปฏิบัติอันทรงคุณค่า ห้องสมุดมั่นพัฒนายังรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable development) ในประเทศไทย โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์การพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ และองค์ความรู้ที่เกิดจากการพัฒนาเชิงพื้นที่ในระดับชุมชน (Area-based Community Development) รวมทั้งเผยแพร่และส่งเสริมให้องค์ความรู้อันทรงคุณค่าเหล่านี้ได้นำไปต่อยอดประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนรวบรวมหลักคิด องค์ความรู้ และเป้าหมายการพัฒนาในระดับสากลที่น่าสนใจ เช่น เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ อันเป็นวาระสำคัญของประชาคมโลก ครอบคลุมระยะการดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ. 2558-2573 เพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางที่ประเทศไทยจะสามารถเรียนรู้และเข้าใจรากฐานของตนเองไปพร้อมกับเชื่อมโยงการพัฒนาในระดับโลก