รู้นอกเล่ม

“ปรัชญาพอเพียง” สู่ “หลักนิติธรรม” สร้างรากฐาน เสริมภูมิคุ้มกันเยาวชน สู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

ในงานประชุมเชิงวิชาการ “ปรัชญาพอเพียงสู่หลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ จัดโดยสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมกับหน่วยงานเครือข่าย มูลนิธิยุวสถิรคุณ มูลนิธิมั่นพัฒนา และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย มีการจัดเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “ปรัชญาพอเพียงสู่หลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขามาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนจากทุกภาคส่วนสามารถร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องดังกล่าวได้

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา และคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) เล่าถึงสาระสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ทั้ง 17 ข้อ ที่ถูกนำมาใช้เป็นทิศทางการพัฒนาของประชาคมโลกว่า สำหรับประเทศไทย การที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวนั้น รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นจุดเชื่อมต่อในมาตรา 65 ที่บัญญัติว่า รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้มียุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ที่กำหนดทิศทางและแนวทาง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนสู่การปฏิบัติ

แนวทางสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นรูปธรรม คือ การจัดทำแผนที่นำทาง (Roadmap) โดยการน้อมนำ “ศาสตร์ของพระราชา” ในเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาของสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ (SEP for SDGs) อีกด้านหนึ่งคือการทำแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อนำเป้าหมายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ จำนวน 13 คณะ กำลังจัดทำร่างแผนปฏิรูปด้านต่างๆ มารองรับ

“ความจริงแล้ว SDGs ไม่ใช่เรื่องใหม่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ท่านทรงงานมากว่า 60 ปีแล้ว องค์การสหประชาชาติได้ทำให้ SDGs เกิดขึ้น ช่วยให้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนกลับคืนมา หลังจากถูกกดทับหายไปภายใต้กระแสการเติบโตของเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ เพื่อให้เกิดการมองทุกมิติการพัฒนาควบคู่กันไปอย่างสมดุล ดังนั้น SDGs จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่เราทุกฝ่ายต้องร่วมกันลงมือทำ”

ดร.บัณฑูร ยังกล่าวอีกว่า การใช้หลักนิติธรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิและความเป็นธรรมในการพัฒนาของประชาชน การบัญญัติหรือการประกาศใช้กฎหมายจึงต้องสอดคล้องกับบริบท และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

รู้นอกเล่ม

“เด็กเรียนรู้ เด็กรู้ทัน เด็กสร้างสรรค์”
ปลูกฝังด้วยแนวคิด “คิด พูด ทำ อย่างพอเพียง”
“หลักนิติธรรม” เป็นเครื่องมือในการครองแผ่นดินเพื่อนำไปสู่ประโยชน์สุข
“ปรัชญาพอเพียง” สู่ “หลักนิติธรรม” สร้างรากฐาน เสริมภูมิคุ้มกันเยาวชน สู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน