รู้นอกเล่ม

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)

ห่วงโซ่อุปทาน หมายถึงกระบวนการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการผลิตสินค้าหรือบริการ นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่งวัตถุดิบมายังแหล่งผลิต กระบวนการผลิต การขนส่งและกระจายสินค้า ไปจนถึงการบริโภคของลูกค้าซึ่งถือเป็นจุดที่สินค้าหรือบริการถูกใช้จนสิ้นสุดมูลค่าลง

ห่วงโซ่อุปทานในอดีตนั้นมีรูปแบบที่เรียบง่าย สินค้าหรือบริการจะถูกส่งโดยตรงจากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภค แต่ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ซึ่งประชากรโลกมีจำนวนมากขึ้นอย่างมหาศาล มีข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ มากมาย สามารถเดินทางติดต่อกันได้แบบไร้พรมแดน เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ถูกนำมาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจอย่างกว้างขวาง ทำให้ห่วงโซ่อุปทานมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น วัตถุดิบจากประเทศหนึ่งอาจถูกส่งไปแปรรูปในอีกประเทศหนึ่ง จากนั้นจึงถูกส่งไปยังฐานการผลิตซึ่งตั้งอยู่ในอีกประเทศหนึ่ง เพื่อผลิตเป็นสินค้าส่งไปขายยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยอาจมีศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ

เมื่อกระบวนการต่างๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น ความเสี่ยงก็ย่อมมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถส่งสินค้าและบริการไปยังจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว ตรงเวลา ด้วยต้นทุนที่ต่ำ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและบริการไว้จนถึงมือผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนด้วย ดังนั้น การส่งเสริมให้ธุรกิจมีความยั่งยืนและตอบสนองความต้องการของสังคม ผู้ประกอบการต้องจัดการให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในกระบวนต่างๆ ของห่วงโซ่อุปทานทุกขั้นตอน

UN Global Compact ให้คำจำกัดความของความยั่งยืนของห่วงโซ่อุทานไว้ว่าเป็นการจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งการส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดอายุขัยของสินค้าและบริการ โดยกำหนดหลักปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนที่องค์กรธุรกิจต้องให้ความสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ แรงงานและสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการทุจริตคอร์รัปชัน

ในประเด็นแรกนั้น นอกจากผู้ประกอบการจะต้องกำกับดูแลมิให้การใช้แรงงานผิดกฎหมาย การบังคับใช้แรงงาน รวมไปถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ภายในองค์กรธุรกิจของตนแล้ว จะต้องให้ความสนใจไปถึงผู้ส่งมอบ (Supplier) ในทุกระดับ (Tier) ของห่วงโซ่อาหาร โดยเลือกใช้ผู้ส่งมอบที่ยึดมั่นในหลักปฏิบัติเดียวกันนี้ การละเมิดเรื่องดังกล่าวจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร ดังเช่นที่อุตสาหกรรมประมงไทยเคยประสบเมื่อปี พ.ศ. 2557 จากการที่สหภาพยุโรปมีความเห็นที่จะให้ใบเหลืองประเทศไทยเนื่องจากมีการประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ซึ่งรวมถึงการใช้แรงงานผิดกฎหมายด้วย ทำให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งในเรื่องของการประมงผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมง

ในเรื่องของของสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการพึงตระหนักว่าการเดินทางของวัตถุดิบที่ถูกนำมาแปรรูป ผ่านกระบวนการผลิต ส่งถึงผู้บริโภค จนกระทั่งเมื่อสินค้าหรือบริการนั้นหมดสภาพการใช้งานแล้ว ล้วนต้องใช้ทรัพยากรและพลังงาน  ในขณะเดียวกัน ยังอาจก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก มลพิษ รวมไปถึงของเสียหรือขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการจึงต้องร่วมมือกับผู้ส่งมอบในทุกระดับเพื่อที่จะใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า ตลอดจนลดระยะการเดินทางและลดการผลิตมลพิษและของเสียตลอดอายุขัยของสินค้าและบริการ

ส่วนการทุจริตคอร์รัปชันนั้นเป็นปัญหาเรื้องรังสำคัญที่ขัดขวางการเติบโตของภาคธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน และยังมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาการใช้แรงงานและการค้ามนุษย์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการติดสินบน การฉ้อโกง การเลือกปฏิบัติ หรือการบิดเบือนข้อมูล ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต คุณภาพของสินค้าและบริการ ตลอดจนชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กร และยังก่อให้เกิดความเสี่ยงในเชิงกฏหมายด้วย การกำหนดนโยบายการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การตรวจสอบภายใน และการส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี จะช่วยควบคุมมิให้เกิดกระบวนการทุจริตเหล่านี้ขึ้นภายในห่วงโซ่อุปทานได้

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อความยั่งยืนขององค์กรหนึ่งๆ อาจมีหลายฝ่ายที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทาน ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ฝ่ายการตลาด ฝ่ายกฎหมาย ตลอดจนฝ่ายปฏิบัติการในระดับต่างๆ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องภายนอกทั้งผู้ส่งมอบในทุกระดับ คู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนตัวผู้บริโภคเอง ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความยั่งยืนทั้งในการผลิตและการบริโภค

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งเสริมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจของตนให้เกิดความยั่งยืน อาจเริ่มจากการทำผังห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้เห็นว่ามีจุดใดบ้างที่ควรเร่งดำเนินการลดความเสี่ยงและผลกระทบ จากนั้นจึงกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย โครงสร้าง และกระบวนการ และจูงใจให้บุคลากรทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องแนวทางสร้างความยั่งยืนในระบบห่วงโซ่อุปทานภายในองค์กร แล้วขยายไปยังผู้ส่งมอบทุกระดับ คู่สัญญา และหุ้นส่วนทางธุรกิจ โดยการแบ่งปันข้อมูลและทรัพยากร การประเมินผลการปฏิบัติตามหลักปฏิบัติสำหรับผู้ส่งมอบ เพื่อให้มีการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน  นอกจากนี้ ต้องรู้จักนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน สร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพ และมีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานผ่านช่องทางต่างๆ

การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้าความเปลี่ยนแปลงอันเกิดจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก รวมทั้งแสดงถึงความรับผิดชอบขององค์กรต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกระดับและทุกฝ่าย อันจะทำให้องค์กรได้รับการยอมรับและสามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืน

จากบทความเรื่อง Supply Chain Management ในภาคที่สองของหนังสือ THAILAND’S SUSTAINABLE BUSINESS GUIDE ผู้อ่านจะได้เรียนรู้แนวทางการแก้ปัญหาความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการต่างๆ ของห่วงโซ่อุปทานและแนวปฏิบัติเพื่อสร้างเสริมให้เกิดความยั่งยืนจากการบริหารห่วงโซ่อุปทานขององค์กรระดับแนวหน้าในประเทศ เช่น ปตท. เอสซีจี เทสโก้ โลตัส เบทาโกร ไทยเบฟ อิเกีย เลมอนฟาร์ม และเอนกฟาร์มนกกระทา ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งในการดำรงชีวิตประจำวันในฐานะผู้บริโภคได้อีกด้วย

รู้นอกเล่ม

การร่วมแรงร่วมใจกันเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญ
เรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัว ให้เท่าทันกับเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด
วางแผนเพื่อผลิตสินค้าและบริการสู่ความยั่งยืน
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)