รู้นอกเล่ม

คนดี องค์กรดี วิธีจัดการทรัพยากรบุคคลแบบพอเพียง

Human Resources and Organizational Culture

จากหนังสือ THAILAND’S SUSTAINABLE BUSINESS GUIDE คู่มือแห่งการทำธุรกิจยุคใหม่ ที่ใส่ใจความยั่งยืน หน้า 72 – 85

อาจกล่าวได้ว่า ทรัพยากรมนุษย์ คือ สินทรัพย์ที่สำคัญและมีค่ามากที่สุดของแต่ละองค์กร การจ้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถ ความรู้ และลักษณะนิสัยที่เหมาะกับงาน การพัฒนาศักยภาพของบุคลากร รวมถึงการเก็บรักษาคนเหล่านี้ให้สามารถทำงานให้กับองค์กรได้นาน ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและมีแรงจูงใจ จะเป็นฟันเฟืองหนึ่งช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปได้ด้วยดีและเกิดความยั่งยืนได้ โดยอาจเริ่มต้นจากการเพิ่มเม็ดเงินการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงงานที่มีคุณภาพ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกธุรกิจ ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงต่อการแปรผันและช่วยให้สามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจที่มีเข้ามาได้ทุกวันอีกด้วย จากนั้น องค์กรต้องเปิดกว้างให้พนักงานได้มีอิสระในการเสนอความคิด การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ หรือแม้แต่การบริหารจัดการ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องลำดับขั้น แผนก หรือฝ่ายในองค์กร ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรมีแรงจูงใจในการทำงาน พร้อมทั้งสร้างโอกาสและนวัตกรรมให้กับองค์กรไปพร้อม ๆ กัน ขณะเดียวกัน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเองก็ต้องมีการปฏิวัติ ไม่ใช่เพียงเป็นผู้จัดหาจัดจ้างแรงงานและดูแลเรื่องสวัสดิการเท่านั้น แต่ต้องมองการณ์ไกลเรื่องการสร้างประโยชน์ระยะยาวให้กับองค์กรผ่านการคัดสรรค์บุคลากรและพัฒนาคนที่สามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวกให้แก่องค์กรได้มากกว่าการสร้างผลกำไร แต่ยังต้องรวมไปถึงเป้าหมายเกี่ยวกับความยั่งยืนอื่น ๆ ด้วย และแน่นอนว่าหนึ่งในหัวใจสำคัญคือต้องมั่นใจได้ว่าพนักงานทำงานในองค์กรอย่างมีความสุข เพราะการทำงานอย่างมีความสุขจะนำมาซึ่งผลงานที่ดี มีประสิทธิภาพ

บริษัท ธนบดีเดคอร์เซรามิค จำกัด ผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เซรามิกที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ในจังหวัดลำปางและของประเทศ เป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างความสุขให้กับพนักงานในทุกด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และเรื่องการเงิน โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวเพื่อให้ทันเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและความต้องการของพนักงานที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ซึ่งได้นำมาปรับใช้เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน ให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการยืดหยุ่นเวลาทำงาน บริษัทฯ อนุญาตให้พนักงานบางแผนก เช่น เจ้าหน้าที่การเงิน สามารถทำงานจากบ้านได้ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ (Cloud) ที่ช่วยให้เข้าถึงและส่งต่อข้อมูลจากที่ใดก็ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศอีกต่อไป ช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข มีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ลดค่าใช้ในการเดินทาง ทั้งยังเป็นการประหยัดทรัพยากรทั้งไฟฟ้าและน้ำมันอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ดูแลเรื่องสุขภาวะของพนักงานสูงวัย โดยการนำระบบอัตโนมัติในการผลิตมาใช้ ทำให้ไม่ต้องทำงานใช้กำลังมากจนเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอย่างแต่ก่อน ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ อัตราการลาออกของพนักงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานใหม่ได้กว่าร้อยละ 27 ในปี 2017 อีกทั้งยังมีพนักงานจำนวนไม่น้อยที่ลาออกไปแล้วกลับเข้ามาทำงานที่ธนบดีอีกครั้ง ด้วยเหตุผลว่า “ธนบดีเป็นเหมือนครอบครัว”

ด้าน รศ. ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร ให้ความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ว่า แต่ละองค์กรควรลงทุนในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรเหล่าอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะบุคลากรเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนหลังพ้นวิกฤตได้ และเมื่อพูดถึงการพัฒนานั้น ควรเน้นไปที่การพัฒนาทักษาการบริหารจัดการและความเป็นผู้นำ พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาทักษะที่หลากหลายและครอบคลุม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นถือว่าจำเป็นมากสำหรับโลกการทำงานยุคใหม่ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และที่ขาดไม่ได้เลยคือการคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรให้บุคลากรขององค์กรพึงพอใจและมีความสุข เพราะเมื่อพวกเขามีความสุขในการทำงานแล้ว ก็จะเกิดแรงกระตุ้นในการทำสิ่งดี ๆ ให้กับองค์กรอย่างเต็มความสามารถ ตัวอย่างเช่น ในยุคนี้คนรุ่นใหม่มีอัตราการลาออกค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชอบทำธุรกิจส่วนตัวที่มีอิสระและความยืดหยุ่นมากกว่าการเป็นลูกจ้างกินเงินเดือน ดังนั้น การจะมัดใจคนเหล่านี้ให้ทำงานอยู่องค์กรได้นาน ๆ อาจต้องอาศัยการสร้างระบบธุรกิจหรือระบบการทำงานใหม่ ๆ ที่ช่วยให้พนักงานมีความรู้สึกเหมือนได้เป็นผู้นำ ได้บริหารงานต่าง ๆ ด้วยตัวเอง หรือแม้กระทั่งเปิดโอกาสพนักงานได้เป็นเจ้าของธุรกิจภายใต้บริษัทเลยก็อาจทำได้เช่นกัน

รู้นอกเล่ม

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)
Systems Thinking for Social Change
ยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน
การจัดการทรัพยากรเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน